อัตลักษณ์เคยเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ เรามองไม่เห็นอัตลักษณ์ แต่เราก็แลกเปลี่ยนไปมาโดยไม่รู้ตัวผ่านกระบวนการซื้อ/กิน เช่นเราอยากได้าพลักษณ์เป็นคนน่าเชื่อถือ เราทำได้ด้วยการซื้อเสื้อแขนยาว ไทด์ รองเท้าหนังมาใส่ อยากได้าพลักษณ์เป็นคนที่คงแก่เรียนก็ซื้อหนังสือ แล้วถือเดินไปเดินมา อัตลักษณ์ในกระบวนการบริโคจึงเป็นของที่แลกเปลี่ยนไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความหมายใหม่ให้แก่การบริโคที่นอกเหนือไปจากการซื้อสินค้าเพื่อใช้งาน แต่ข้าพเจ้ามองว่าเรื่องเหล่านี้กำลังจะผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้อัตลักษณ์จะหลุดออกไปจากวงจรเศรษฐกิจ อัตลักษณ์จะได้มาโดยไม่ต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ปรากฎการณ์ที่สนับสนุนข้ออ้างข้างต้น คือการอุบัติของความนิยมในการทำ Quiz ใน Facebook Quiz เหล่านี้หลากหลายในเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ช่วยให้ค้นพบลักษณะนิสัยของตัวเองผ่านทฤษฎีเอนเนียแกรม, ความรอบรู้ในเรื่องคณะที่เรียน โรงเรียนที่อยู่, ตลอดจนค้นพบว่าตนเองเป็นใคร/อะไร เช่น เป็นหมีควาย เป็นคนนั่งรอหน้าห้องส้วมในผับ เป็นผีในบ้านทรายทอง เป็นต้น หลายคำถามแม้จะชัดเจนอยู่แล้วว่าคงไม่บอกอะไรมากเกี่ยวกับผู้ทำ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีคนนึกสนุกทยอยเข้าไปตอบคำถามเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองคืออะไร เป็นใคร หรือควรเป็นอะไร พฤติการณ์ที่มนุษย์ได้หยั่งรู้ตัวเองว่าเป็นใคร มีคุณสมบัติอย่างไร เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกเล็กๆ ถึงการครอบครองอัตลักษณ์บางอย่างอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าหากเป็นสมัยก่อนแล้ว กระบวนการเช่นนี้จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีการซื้อแลกมันมา Quiz ทำให้คนผละจากกระบวนการซื้อ มาเป็นกระบวนการกดเลือกคำตอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ผลการทดสอบให้ผองเพื่อนได้รับทราบซึ่งกระบวนการทั้งหมดไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว (ไม่นับรวมการเสียค่าไฟ และเวลา ซึ่งเป้นการสูญเสียทางอ้อม) แต่บริโคนิยมยังไม่หายไปไหน มันแค่ดำรงอยู่ในรูปแบบที่การซื้อ การใช้เงิน มีความสำคัญน้อยลงเท่านั้น ผู้คนกลับแสวงหาอัตลักษณ์ผ่านช่องทางที่ไม่ใช้เงินตรา ซึ่งนอกจากการทำควิซแล้ว การแกล้งเขียนชื่อหนังสือที่ตนเองไม่ได้อ่านลงไปใน profile หรือใส่ชื่อวงดนตรีที่ตนเองชอบและเคยฟังผ่านการดาวน์โหลดฟรี หรือการขอเป็น [...]
Categories: Facts/Ideas
Tagged: popular culture
- Published:
- April 19, 2009 – 2:15 am
- Author:
- By mgaston
การอ้างของเก่าไม่ใช่เพียงมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งการดำรงอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในอดีตเท่านั้น หากแต่ยังทำหน้าที่เพื่อให้เราลืมและหนีห่างจากปัจจุบัน หรือเพื่อบ่งชี้ถึงความย่ำแย่ในสาวะปัจจุบัน ของเก่าที่จะถูกอ้างใน entry นี้ ก็มีหน้าที่นั้นเช่นเดียวกันคือ เพื่อหลีกเลี่ยงความน่าเบื่อที่เกิดในปัจจุบันกาล โดยเฉพาะในวงการเพลงที่ขาดสีสันในเรื่องเล่าและขาดความใหม่ และหนีห่างจากปัจจุบันกาลที่ข้าพเจ้าขาดกิจกรรมและแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อันที่จริงก่อนหน้านี้กำลังคิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับ Pizzicato Five วงดนตรีญี่ปุ่นรุ่นเก่าที่แตกวงไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว แต่ขณะกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลและแรงบันดาลใจของเพลงวงดนตรีวงนี้ ก็กลับพบกับ Yé-Yé (Yeah-Yeah) แนวเพลงของฝรั่งเศสในยุค 60 ที่เป็นพันธุกรรมหน่วยสำคัญของดนตรีชิบูย่าเค (渋谷系, สไตล์ชิบุย่า) ที่กำเนิดในอีก 20 ปีต่อมา และเนื่องจากเป็นช่วงที่ข้าพเจ้าเกิดนึกถึงนักร้องพวก France Gall, François Hardy พอดี เรื่องราวของ Yé-Yé เลยแย่งสมาธิของข้าพเจ้าไปจาก Pizzicato Five ได้เสียสนิท มันเป็นช่วงเดียวกับที่วงการหนังฝรั่งเศสกำลังตื่นตาตื่นใจกับ Nouvelle Vague เมื่อผู้กำกับที่เป็นนักเขียนร่วมในนิตยสาร Cahiers du Cinéma พากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ขนบการทำาพยนตร์แบบเดิมๆ อย่างเผ็ดร้อนผ่านาพยนตร์ที่มีการเล่าเรื่องสุดประหลาด การใช้เทคนิกการถ่ายาพใหม่ แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับวงการเพลงฝรั่งเศส เพราะในช่วงนั้นกลุ่มนักร้องที่เป็นเด็กผู้หญิงหลายคนพากันร้องเพลงปอป ที่มีท่วงทำนองชวนฝันหวานติดหูประชาชน เนื้อร้องนั้นไซร้ก็เกี่ยวพันกับเรื่องสุดอินโนเซ้นท์อย่างรักแรกพบ การตามหาความรักในวัยรุ่น [...]
Categories: Music
Tagged: popular culture
- Published:
- March 26, 2009 – 11:38 am
- Author:
- By mgaston
ก่อนจะมีอินเตอร์เนตใช้กัน มนุษย์เข้าใจเหตุการณ์ผ่านความเป็นเหตุและผล (causation) แต่ายหลังที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลหลากหลายได้ ก็กลับพบเหตุการณ์หลายอย่างที่บังเอิญเกิดพร้อมกันแต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมมันถึงเกิดพร้อมกัน เช่น การแพร่กระจายของไข้หวัดที่มาสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้คำค้นบางคำใน Google แนวโน้มความนิยมในพรรคการเมืองที่มาสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ูมิลำเนา เป็นต้น เราอธิบายไม่ได้ว่าทำไมมันถึงมาสัมพันธ์กัน เรารู้ได้แต่เพียงว่ามันสัมพันธ์กัน นี่คือวิธีการอธิบายปรากฎแบบ correlation นักศึกษาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Caltech ก็มี correlation ชุดใหม่มานำเสนอ เขากำลังอธิบายว่ารสนิยมการฟังเพลงและการอ่านหนังสือสัมพันธ์กับความโง่และความฉลาดของคน เขามีข้อมูลสองชุดคือ (1) ข้อมูล Favorite Book และ Favorite Music ใน profile facebook ของทุกคน และ (2) ข้อมูลคะแนน SAT (ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย) ของคนเหล่านั้น สิ่งที่เขาทำเพียงแค่หา correlation ว่าคนที่ได้คะแนน SAT น้อยส่วนใหญ่เขาฟังอะไร อ่านอะไร แล้วคนที่ได้คะแนนมากส่วนใหญ่เขาฟังอะไร อ่านอะไร booksthatmakeyoudumb.virgil.gr [ลิงค์] musicthatmakesyoudumb.virgil.gr [ลิงค์] Virgil Griffith เจ้าของความคิด เป็นนักศึกษาปริญญาเอกในด้านวิศกรรมระบบคอมพิวเตอร์และระบบประสาท [...]
Categories: Books,Facts/Ideas,Music
Tagged: correlation, popular culture
- Published:
- March 11, 2009 – 6:46 pm
- Author:
- By mgaston