เวบอยู่ในระหว่างปรับปรุงหน้าตา

กำลังปรับปรุงหน้าตาให้ถูกใจ Jakob Nielsen

ลัทธิสมัยใหม่ในบ้านของ Le Corbusier

วิลล่าซาวอย บ้าน 'สมัยใหม่'

หากจะหาจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยใหม่ นอกจากจะหาในหนังสือปรัชญา วรรณกรรม หนัง ภาพถ่าย แล้ว เราจะหาได้ในรูปแบบของอาคาร ที่ออกแบบในช่วงนั้น

บ้านที่ดีในความคิดก่อนสมัยใหม่ คือบ้านขนาดใหญ่ ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา รูปปั้น และสรรพสิ่งที่นำมาโปะบนกำแพง บนเสา บนหน้าต่างได้ ต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่านำไปใช้ทำอะไรนอกจากไว้สร้างความอลังการให้ผู้มาเยือน มีสิ่งก่อสร้างประเภทวัดๆ วังๆ ทั่วโลกเป็นตัวอย่างสำคัญ แต่บ้านสมัยใหม่ต้องเจอกับข้อท้าทาย  ที่ดินราคาแพง เช่นเดียวกับราคาวัสดุก่อสร้าง  ประชากรอยู่กันหนาแน่นยิ่งขึ้น  เราไม่สามารถสร้างบ้านขนาดใหญ่ ใช้ที่เปลือง ตกแต่งฟุ่มเฟือยได้อีกต่อไป นอกจากสร้างไว้เป็นฉากในละครหลังข่าว

Le Corbusier เป็นสถาปนิกที่มีพรสวรรค์ในศิลปะสูง แต่มันไม่น่าทึ่งเท่าความจริงที่ว่าเขาคือสถาปนิกที่มีวิสัยทัศน์ล้ำหน้า บ้านที่ดีของเขาคือบ้านที่มีเสาลอยยกอาคารทั้งหลังขึ้นมาจากพื้น เปิดให้พื้นที่ภายนอกไหลเชื่อมเข้ามาด้านใน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มการสัมผัสกับธรรมชาติสำหรับคนเมือง เอาหลังคาสามเหลี่ยมแบบเดิมๆ ออกไป เหลือไว้แต่ดาดฟ้าเรียบๆ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มพื้นที่สวนด้านบนเข้าไปอีก ฉีกกำแพงบ้านเดิมๆ ออกไป โปะด้วยกำแพงเรียบๆ ฉลุด้วยกระจกและช่องว่าง เหลี่ยมมุมของบ้านเกิดขึ้นเพราะเหลี่ยมมุมของห้องหับภายใน ไม่มีส่วนใดของอาคารภายนอกที่สร้างไว้เพื่อ ‘อวด’  บ้านรูปทรงแบบนี้ตอบทั้งคำถามทางเศรษฐศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์ในเวลาเดียวกัน

ตอบคำถามทางเศรษฐศาสตร์ เพราะเป็นแบบบ้านราคาประหยัด ทำซ้ำเหมือนสินค้าจากโรงงานได้ ใช้วัสดุราคาถูกอย่างคอนกรีต ผลิต (สร้าง) ได้รวดเร็ว ตอบสนองการใช้งานที่ครบถ้วน มีประสิทธิภาพตามสมควร

ตอบคำถามทางสุนทรียศาสตร์ เพราะแสดงออกซึ่งความเรียบเฉียบ ให้ความสำคัญแก่คุณภาพชีวิตมากกว่าความฟุ่มเฟือยที่มากับของตกแต่งแสนรุงรัง เป็นสุนทรียภาพที่คนสมัยใหม่มองหา

บ้านของ Le Corbusier ต้องเป็นเครื่องจักรสำหรับใช้อาศัยอย่างเที่ยงตรง ซื่อสัตย์ เหมือนที่รถเป็นเครื่องจักรสำหรับการใช้ขนส่ง เดินทาง

คำว่า ‘เครื่องจักร’ และ ‘สำหรับใช้…’ ที่บ่งบอกถึงหน้าที่ (function) ของชิ้นงาน  2 คำนี้เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจการออกแบบ และจิตวิญญาณในยุคสมัยใหม่ได้ทั้งหมด

แม้แต่งานออกแบบของเขาก็ยังถูกควบคุมด้วยระบบสัดส่วนชุดหนึ่ง ที่พัฒนาจากแนวคิดสัดส่วนทองคำ ผสมผสานกับสัดส่วนสรีระเฉลี่ยของผู้ชายชาวอังกฤษ เรียกว่าระบบ Le Modulor  ระบบนี้ช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับความกว้าง-ยาว-ลึกของส่วนประกอบต่างๆ ในอาคารที่เขาออกแบบ ซึ่งมีความละเอียดถึงขั้นจุดทศนิยม

หากมองจากสายตาสตรีนิยม นี่คือการประกาศโดยปริยายว่าสัดส่วนของผู้หญิงไม่มีความกลมกลืน อาคารที่ใช้ระบบ Le Modulor จึงแปลกแยกและเป็นปฎิปักษ์ต่อสรีระผู้หญิง แต่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า Le Corbusier เป็นนักเปิดประเด็นใหม่ในวงการสถาปัตยกรรม

วันนี้ จิตวิญญาณของสังคมเปลี่ยนไป อาคารเรียบแข็งถูกแทนด้วยอาคารที่มีรูปทรงอิสระ ปะติดปะต่อหลายสไตล์เข้าด้วยกัน พื้นที่ใช้สอยซับซ้อนพิศวงงงงวย เราเรียกรวมๆ ว่ายุคโพสต์โมเดิร์นในสถาปัตยกรรม แต่กลิ่นอายและแนวคิดจากยุคสมัยใหม่ ยังหลอกหลอน อบอวล ล่องลอยอยู่จริงในโลก

ส่วนรายละเอียดเบื้องลึกเกี่ยวกับชีวิต และผลงานแต่ละชิ้นของ Le Corbusier ข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนถึงได้ ขอให้หน้าที่นั้นเป็นงานของนักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม อย่างอาจารย์ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ ในหนังสือ “เลอ คอร์บูซิเยร์: สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20″ ที่อยู่ในเล่มสีเหลืองสดใส ภาพประกอบเยอะกว่าบลอกของข้าพเจ้าหลายเท่าตัว

หมายเหตุ ว่าจะทำวิจารณ์หนังสือ กลายเป็นเขียนเกี่ยวกับ Le Corbusier เองซะนี่ :P

Do Not Call list และสิทธิเสรีภาพการแสดงออก

ปี 2002 คณะกรรมการการค้ากลางของอเมริกา (FTC) ออกกฎหมายคุมการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

กลไกของเขาก็ง่ายๆ

สำหรับมือถือทุกชนิด ก็ห้ามโทรไปขายอะไรเด็ดขาด สำหรับโทรศัพท์บ้านจะทำได้ต่อเมื่อเบอร์นั้นไม่อยู่ใน ‘Do Not Call List’ และเบอร์ต่างๆ จะไปอยู่ใน Do Not Call List ได้ก็ต่อเมื่อมีบริษัทโทรไปขายแล้ว คนรับสายตอบปฎิเสธและห้ามไม่ให้โทรมาอีก รายชื่อเบอร์โทรนี้จะเก็บไว้เป็นส่วนกลางของทั้งประเทศอเมริกา ปัจจุบัน DNC list มีทั้งหมด 200 ล้านกว่ารายการ

200 เบอร์บ้าน รวมกับเบอร์มือถือทั้งหมด แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้กิจการขายของทางโทรศัพท์ต้องเหี่ยวเฉา

นักธุรกิจในแวดวงนี้ต่อสู้อย่างไร ผู้เสนอขายสินค้าทางโทรศัพท์คนหนึ่งอภิปรายว่า กฎ DNC list ขัดขวางเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจน เสรีภาพในการแสดงออกคือการให้ผู้คนมีสิทธิพูดอะไรก็ได้ แม้ว่าจะก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่นก็ตาม การห้ามพูดขายของผ่านทางโทรศัพท์ แม้ว่าเจ้าของโทรศัพท์จะรำคาญ ย่อมเป็นปฏิปักษ์กับเสรีภาพในการแสดงออกเห็นๆ

เราจะปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ให้พ้นจากลีลาศรีธนญชัยของนักขายของท่านนี้อย่างไร

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสับสนระหว่างเนื้อหาการพูดกับวิธีการพูด

สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นพูดถึงเนื้อหาการพูด ผู้พูดสามารถพูดข้อความที่มีเนื้อหา แฝงไปด้วยแนวคิดอย่างไรก็ได้ ส่วนใครจะแย้งว่าเนื้อหาบางเนื้อหาอาจจะไม่มีสิทธิพูดได้ ในบางกรณี  ก็ยังสามารถมาร่วมเวทีในหัวข้อนี้ได้

แต่สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ได้กล่าวถึง ‘วิธี’ การแสดงออก และถ้าสังเกตจากประสบการณ์ การแสดงออกหลายวิธีก็เป็นเรื่องต้องห้ามทั้งตามมาตรฐานศีลธรรม และจริยธรรม เช่น การแสดงออกซึ่งเนื้อหาทางศาสนา ความเชื่อ ด้วยการปล่อยอาวุธชีวภาพสังหารหมู่ผู้คนในขนส่งมวลชน, การเขียนข้อความบนกำแพงบ้านผู้อื่น, เจาะระบบเวบผู้อื่นเพื่อเผยแพร่ข้อความปรัชญาที่ตนชื่นชอบ ฯลฯ

เนื้อหาของสิ่งที่เราพูดสามารถเป็นอย่างไรก็ได้ หรือแม้จะบอกว่าอาจมีหลายเรื่องที่พูดไม่ได้ ก็ยังเถียงกันได้ แต่เรื่องวิธีการแสดงออก ต้องยอมรับว่ามีบางวิธีที่ยอมรับไม่ได้

กฎเรื่อง DNC list ไม่ได้ห้ามใครขายของ ทุกกิจการยังสามารถป่าวประกาศคุณความดีงามของสินค้าตัวเองได้ตามเวบไซต์ หน้าหนังสือพิมพ์ ใน YouTube ใน Banner ในทุกหนทุกแห่ง แม้ว่าคนเล่นเวบอาจรำคาญ ก็ห้ามอะไรไม่ได้ (แต่ block เป็นการส่วนตัวได้)ถ้าบอกว่า DNC list ขัดขวางเสรีภาพการแสดงออก ก็ดูจะเกินไปหน่อย

วิธีขายของผ่านทางโทรศัพท์นอกจากทำให้คนรับสายอึดอัด รำคาญ เสียสมาธิแล้ว ในฝั่งคนจะขายเองก็เสียภาพลักษณ์สินค้าด้วย เพราะถ้าเป็นของดีของเด่นจริง คงไม่มีใครคะยั้นคะยอจะขายอย่างไม่ลดละ

เกร็ดความรู้

ในประเทศไทย บริการประเภทการลงทุน (รวมถึงประกันภัย) สามารถโทรชักชวนให้ลงทุนโดยไม่มีใครร้องขอได้ กลต. เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ‘Cold Calling’

แต่ถ้าเบอร์ไหนไม่อยากรับการติดต่อจาก ‘บริษัท’ นั้นอีก ให้บอกคนโทรอย่างนุ่มนวลว่าไม่ประสงค์จะรับการติดต่ออีก เบอร์โทรของเราจะย้ายไปอยู่ใน Do Not Call List ของบริษัทนั้น และบริษัทนั้นจะโทรหาเบอร์ดังกล่าวไม่ได้อีกภายในเวลาสองปีตามประกาศ กลต.

แต่ถ้าอ้ำอึ้ง เออๆ ออๆ ตามน้ำไปเรื่อย บริษัทนั้นก็มีสิทธิกลับมาโทรหาใหม่ได้จนหายคิดถึง

เครดิตเนื้อหาบางส่วน/ภาพประกอบดีๆ

http://www.wired.com/epicenter/2010/07/do-not-call-list-tops-200-million-some-scammers-still-ignore-it/

http://socialbutterflies.wordpress.com/2010/03/09/lady-gaga-telephone-to-premiere-thursday/