นาย ข : มืด!! ทำไมวันนี้มืดแบบนี้!
เสียงนิรนาม : สวัสดี
นาย ข : สวัสดีจ๊ะ วันมืดๆ แบบนี้ก็ยังมีคนมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย
เสียงนิรนาม : ท่านพูดอะไรอยู่ อะไรคือ “วัน” อะไรคือความมืดที่ท่านว่า
นาย ข : อะไรกัน วินาที-นาที-ชั่วโมง-วัน-เดือน-ปี เป็นมาตรวัดเวลาที่ยอมรับในสากลโลก ท่านไม่รู้เลยหรืออย่างไร
เสียงนิรนาม : อะไรคือสากลโลก
นาย ข : ท่านไม่รู้จักคำศัพท์ยากๆ ข้าพเจ้าใช้คำว่า “ที่นี่” แทนก็ได้งั้น
เสียงนิรนาม : ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักอยู่ดี “ที่นี่” มันเป็นอะไร แต่ข้าพเจ้าก็คุ้นๆ ว่าใครที่เพิ่งตายมาใหม่ๆ ก็มักจะพูดให้ข้าพเจ้าฟังถึงมาตรวัดเวลา สถานที่ พูดถึงรูปทรง การใช้งาน พูดถึงอะไรหลายๆ อย่างที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก แต่เอาเถอะ ข้าพเจ้าแค่จะมาแจ้งข่าวสารหลายๆ อย่างให้ท่านก่อนที่ข้าพเจ้าจะไป
นาย ข : เหอ ข้าพเจ้าแค่นอนเฉยๆ นะ
เสียงนิรนาม : นั่นเป็นข่าวที่ข้าพเจ้าจะแจ้ง ท่านตายแล้ว
นาย ข : หรอ
เสียงนิรนาม : ใช่
นาย ข : แล้วไงต่อ ข้าพเจ้าต้องอยู่จ้องมองความมืดอย่างนี้ตลอดไปหรอ
เสียงนิรนาม : ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าความมืดที่ท่านพูดถึงคืออะไร ข้าพเจ้าเดาว่ามันคือสาพนี้ “ความมืด” อย่างที่ท่านว่า ท่านไม่มีเวลาและสถานที่อีกต่อไป ท่านต้อง “อยู่” กับ “ความมืด” อย่างที่ท่านว่า
นาย ข : แล้วเมื่อไหร่จะเลิก แล้วเมื่อไหร่จะได้ไปนอน
เสียงนิรนาม : ไม่มีเวลาไม่มีสถานที่ ไม่มีแม้แต่ตัวตน
นาย ข : แล้วยังไง ต้องอยู่มองความมืดแบบไม่รู้จบหรืออย่างไรกัน ข้าพเจ้าว่าแล้วเชียว สวรรค์ นรกเ้ป็นเรื่องโกหกทั้งเพ มนุษย์เฮงซวย!! ข้าพเจ้าสังหรณ์ใจมานานแล้ว ว่าหากข้าพเจ้าตาย ข้าพเจ้าจะต้องมานั่งมองความมืด ความว่างเปล่าเช่นนี้ ตลอดไป พอข้าพเจ้าคิดถึงคำว่า “ตลอดไป” ข้าพเจ้าก็ขนลุกขึ้นมาทีเดียว ตลอดไป ไม่มีวันจบและตลอดไปกับความมืดคนเดียว ตลอดไปและไม่มีวันจบสิ้น
เสียงนิรนาม : ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านบ่นอะไร แต่ข้าพเจ้าต้องไปแล้ว
นาย ข : แล้วเราจะเริ่มทำอะไรเมื่อเราไม่มีตัวตนในความมืดเช่นนี้ เวลา “ตลอดไป” มันมากเกินพอสำหรับสาพแบบนี้ ท่านหายไปไหน ตอบข้าพเจ้าก่อน ท่านหายไปไหน