ร้านอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ต์ X ในแนวราบ และแนวดิ่ง

บทคัดย่อ

บทความนี้ คือบทวิเคราะห์เชิงสัญศาสตร์ ต่อร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ รูปาพ ที่อยู่ เพราะอาจนำความไม่สงบเรียบร้อยมาสู่ผู้เขียน

การสื่อความของรูปแบบร้าน

ร้านอาหารนี้มีที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท X โดยให้ 60<X<65 หน้าร้านมีลานจอดรถขนาดกว้างเป็นพิเศษ สามารถเข้าได้ทางซุ้มประตูคล้ายเสาไม้ วัดชินโต ที่อยู่ด้านขวามือ ณ ปากทางเข้าด้านขวามือ มีกองเก้าอี้ม้าหิน วางเรียงรายอยู่และมีสุนัขน้อยถูกล่ามไว้กับกองร่มเงาเก้าอี้นั้น ลึกไปเป็นตัวร้าน ที่ต้องเดินผ่านลานจอดรถไปหลายเมตร จึงจะถึงประตูขนาดเล็ก ที่ถูกบดบังด้วยน้ำตกหินขนาดใหญ่ที่ไม่มีน้ำไหล

โครงสร้างการสื่อความเขียนเป็นแผนผังดังนี้

วิเคราะห์แนวราบ ผู้จัดร้านวางที่จอดรถไว้หน้าร้าน แล้วค่อยเป็นตัวร้านข้างหลัง สิ่งที่ถูกนำมาไว้ข้างหน้า ตามความนึกคิดของวิญญูชนแล้ว ย่อมเป็นสิ่งเน้นว่าสำคัญ ต้องคำนึงก่อน การวางลานจอดรถไว้ข้างหน้าจึงเน้นถึงกลุ่มความคิด รวดเร็ว สะดวก ถูกๆ บ้านๆ ใกล้ตัวและคุ้นเคย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากลานจอดรถ เป็นพื้นที่ของลูกค้าอย่างแท้จริง บริการตามแบบแผนวิชาัตตาคารและการโรงแรม จะก้าวล่วงไม่ได้เป็นอันขาด และนัยกลับกันหากตัวร้านอยู่ข้างหน้า และลานจอดรถไว้ข้างหลัง ตัวร้านจะเป็นตัวถูกขับเน้น สิ่งที่ตัวร้านขับเน้นออกมาคือ การบริการ าพลักษณ์แบบต่างๆ ที่ฝ่ายมาร์เกตติ้งนั้นๆ ต้องการสร้าง

เพื่อให้เห็นชัดๆ ว่ามันมีผลต่างกันอย่างไร ข้างร้าน X มีร้าน MK Gold ซึ่งวางผังให้ประตูร้าน นำออกมาข้างหน้า พร้อมป้ายยักษ์ ก็เห็นได้ว่า MK Gold นั้นจะดูหรูกว่าร้าน X และจะขับเน้นเรื่องบริการมากกว่าร้าน X อนึ่ง เรากำลังพูดถึงการสื่อความ ไม่ได้พูดถึงความเป็นจริง ว่าจะต้องเป็นแบบนั้นหรือไม่

วิเคราะห์แนวดิ่ง ในการวิเคราะห์แนวนี้ ต้องดูว่าในตัวที่สื่อความ มีสิ่งใดจงใจทำให้ตกหล่นไป ไม่เอามาไว้ในตัวที่สื่อความโดยาพรวม ในที่นี้ยกตัวอย่างน้ำตกหน้าร้าน ในเบื้องต้นต้องตั้งหลักว่า หน้าร้านนั้นความจริงมันไม่มีอะไรมาก่อน แล้วเขาก็เลือกใส่น้ำตกลงไป ทั้งที่ในพื้นที่นั้นสามารถเลือก สวนเด็กเล่น รูปปั้นคุณลุง KFC รูปปั้นมังกร ฯลฯ แต่เขากลับเลือกน้ำตก แล้วจงใจตัดความเป็นไปได้อื่นๆ อย่าง รูปปั้นคุณลุง รูปปั้นมังกร ออกไป นั้นแสดงว่า เขาเห็นว่าสิ่งเหล่านั้น “ไม่ใช่ญี่ปุ่น” แต่แล้วจะจัดเซตของสิ่งที่ “เป็นญี่ปุ่น” ออกมาก็พบว่ามีหลากหลายเช่นกันนอกจากน้ำตก เช่น สวนไม้ดัด สวนหินเซน ตัวตุ๊กตุ่น ตัวการ์ตูนแบบน่ารักในระดับสูง (hyper cute) วิเคราะห์แบบจำกัด สวนไม้ดัด กับสวนหินเซน ถูกตัดไปเพราะมันมีความเชื่อมโยงกับศาสนา สมาธิ ความร่มเย็นในจิตใจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวคิดกินแหลก ที่จะเกิดขึ้นข้างใน ส่วนตัวตุ๊กตุ่น ตุวการ์ตูนน่ารักนั้น ถูกตัดไป เพราะเป็นอิทธิพลจากวัฒนธรรมโอตาคุ ที่ได้รับอิทธิพลจากอเมริกามาอีกที จึงอาจให้าพลักษณ์ญี่ปุ่น “ไม่แท้” ได้

แต่ก็ต้องวิเคราะห์ให้ลึกไปอีกว่าน้ำตกในขณะนั้นไม่ไหล จึงเกิดสิ่งที่ถูกตัดไปอีกอย่างคือ น้ำตกที่ไหล น้ำตกที่ไหล สื่อถึงหน้าฝน ความอุดมสมบูรณ์ เมื่อไม่ไหลก็เลยสื่อสิ่งที่ตรงข้ามคือไม่อุดมสมบูรณ์ ไม่ปรกติ ซึ่งก็เข้าได้ดีกับประสบการณ์ที่จะได้พบในร้าน

โครงสร้างการสื่อความของอาหาร

เนื่องจากเป็นอาหารบุฟเฟต์ ไวยากรณ์ของลำดับการรับประทาน จึงไม่ถูกจำกัด ต่างจากการสั่งอาหารแบบเซตเมนู ที่จะต้องมีอาหารรองท้อง อาหารหลัก และอาหารของหวาน ดังนั้นโครงสร้างในระดับนี้ จึงไม่น่าสนใจ จึงสมควรวิเคราะห์ไปเป็นจานๆ

เราเริ่มจากจานปลาดิบรวม ในแนวทแยงมุม คือเนื้อปลาซาลมอน หั่นประมาณ 20 ชิ้น ข้างๆ คือปลาซาบะหั่นประมาณ 10 ชิ้น ปลาอะจิปริมาณเดียวกับปลาซาบะ นอกจากนี้ ตามช่องว่างที่เหลือ ถูกเติมเต็มด้วย ปลาโอโทโร่ ปลากระพงแดง ปลาทู ปลาหมึก จนเต็มพื้นที่จานขนาดกว้างยาว ใกล้เคียงกับ MacBook

ในแง่หนึ่งสามารถตีความได้ว่า เป็นนโยบายเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าอย่างสูงสุด แต่การอาจตีความได้ว่าอาหารอาจไม่มีคุณาพ แต่ประเด็นนี้ต้องดูดีๆ ว่ามันสอดคล้องตามตรรกะหรือไม่ เพราะแม้มันเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ต้องสั่งมา แต่มันก็คือร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แบบหนึ่งนั้นเอง และธรรมชาติของร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ก็คือ มีอาหารปริมาณมากๆ เตรียมไว้อยู่แล้ว บุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นบนตึกใบหยกสุดหรู ยังมีซาชิมิเตรียมไว้ 100 กว่าชิ้น ต่างกันตรงที่ว่า 100 กว่าชิ้นนั้นไม่ได้มาปรากฎในจานส่วนตัวของเราเท่านั้น แต่ที่คนทั่วไปอาจเข้าใจผิด เพราะจะผูกโยงเปรียบเทียบกับการสั่งอาหารในร้านปรกติอย่าง เซน ฟูจิ ที่มักยกซาชิมิปริมาณจิ๊ดๆ มาให้ เมื่อมาเห็นเขายกซาชิมิปริมาณมากๆ ก็ทึกทักว่าอาหารไม่มีคุณาพ ทั้งที่มันไม่ควรมาเทียบกัน

จานต่อไปที่น่าสนใจคือนัทโตะ เป็นถั่วเหนียวเข้มข้น ด้านบนเป็นสาหร่าย ด้านล่างเป็นถั่วเล็กๆ ด้านบนให้ความหมายว่า เป็นสิ่งที่เหนือกว่า ควบคุมสิ่งที่อยู่ข้างล่าง ส่วนข้างล่างจะเป็นสิ่งที่ถูกปกปิด มิให้เห็นชัดเจนหรือรับรู้ เมื่อมาดูแง่รสชาติจริงๆ ก็พบว่านัทโตะควรมีสิ่งมาปกปิดมากกว่านี้ เพราะนัทโตะเพียงๆ นั้นมีรสชาติที่ชวนให้สงสัยถึงสถานะความเป็นอาหาร ว่ามันเหมาะสมมากน้อยเพียงใดที่จะเรียกว่าสิ่งนี้ว่าอาหาร เมื่อวิเคราะห์ในแง่ตัวบทที่ควบคุมการแสดงความหมายของตัวบทนี้ (intertextuality) รสชาติของนัทโตะ จะมีความเชื่อมโยงกับรสชาติของสิ่งต่อไปนี้: กาแฟเน่า ถั่วเน่า กลิ่นผายลม ขยะเปียกค้างคืน เทียบแย้งกับ ถั่วที่มีรสชาติปรกติ อาหารที่ไม่บูดเสีย

จานต่อไปที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ยำสไตล์ญี่ปุ่น ในที่นี้ ชื่อของมันก็น่าสนใจ เพียงเติมว่า สไตล์— เป็นตัวขยายคำนามปรกติ ก็ทำให้เกิดความน่าสนใจได้ เพราะมันเหมือนสัญญาเป็นนัยๆ ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่คุ้นเคยกับเราแน่นอน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ผัดกระเพราหมูสับ ธรรมดา ย่อมน่าสนใจไม่เท่า ผัดกระเพราสไตล์บาหลี เพลงแนวปอป ธรรมดาย่อมไม่น่าสนใจเท่ากับบอกว่า เป็นเพลงปอปสไตล์เอธิโอเปีย สไตล์อุรังบาลู เป็นต้น

จานนี้ ด้านบนคือปูอัด กับปลาหมึก ด้านล่างคือสาหร่ายชนิดเปียก แบบเดียวกับที่ใส่ในซุปมิโซ และก็อีกเช่นกัน ปูอัด กับปลาหมึก เป็นสิ่งที่ควบคุม มีความหมายในจานนี้มากกว่า สาหร่ายเปียกที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งควรเป็นสิ่งที่ถูกปกปิดไว้ สาหร่ายเปียกที่ถูกปกปิดไว้ ก็สมควรแล้วที่ถูกปกปิด เพราะมีรสชาติที่เชื่อมโยงไปถึงสิ่งเหล่านี้: เมือกปลา ปลาเน่า น้ำจืดในบ่อปลาเน่า จนทำให้น่าสงสัยว่าเป็นสาหร่ายที่เก็บมาจากน้ำตกหน้าร้านหรือไม่

แต่นอกจากนี้ จานอื่นๆ ก็มีรสชาติที่ธรรมดา ไล่ไปจนถึงดี อาหารที่ดี คือปลาซาบะ ซูชิ และไก่ทอด

สรุปสาระความรู้

1. การวิเคราะห์แนวราบ คือการพิจารณารูปแบบการประกอบของตัวบทโดยรวม เช่น ดูว่าอะไรอยู่หน้า อะไรอยู่หลัง อะไรอยู่บน อะไรอยู่ล่าง ในการวิเคราะห์าพยนตร์ก็จะดูว่า เหตุการณ์อะไรมาก่อน อะไรมาหลัง อะไรอยู่ซ้าย อะไรอยู่ขวา รูปแบบการวางให้ความหมายที่ต่างกัน

2. การวิเคราะห์แนวดิ่ง คือการพิจารณาว่าองค์ประกอบหนึ่งๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในตัวบทนั้น เป็นการตัดโอกาสของสิ่งใกล้เคียงใดๆ ไม่ให้มาปรากฎในตัวบท แล้วมองว่าทำไมถึงถูกตัดไป เช่น ใส่เสื้อเชิ้ต ก็เป็นการตัดโอกาสไม่ให้เสื้อทีเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อสายเดี่ยว ฯลฯ เข้ามาอยู่ในประโยคของการแต่งกาย เป็นต้น

3. หากไปร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ X ก็ไม่ควรสั่งนัทโตะ และสาหร่ายสไตล์ญี่ปุ่น และให้ระวังว่า คำนามที่ใส่คำว่า สไตล์—- ขยายลงไป แท้จริงอาจไม่แปลกประหลาด หรือดีมากอย่างที่หวังก็ได

No Trackbacks

You can leave a trackback using this URL: http://www.a-random.net/wordpress/wp-trackback.php?p=159

4 Comments

  1. รศ ดร มรว

    น้ำตก ถ้าไม่มีน้ำไหลก็เป็นน้ำตกไม่ได้ ถ้าเราเอาหินมาเรียงๆแบบนั้นหน้าร้านเนื้อย่างเกาหลี ใช้เตาถ่านหินูเขาไฟ คนผ่านไปมาจะคิดว่าเป็นน้ำตกหรือไม่?

    นัทโตะ ไม่ใช่สิ่งที่ควรปกปิดด้วยรูป สาเหตุที่เขาเอาสาหร่ายวางไว้ข้างบนเพราะบางคนไม่ชอบกลิ่นนัทโตะ ถ้าเอาสาหร่ายวางทับไว้ กลิ่นจะไม่ออกมา เพราะสาหร่ายซับไปหมด ถูกต้องแล้วที่สาหร่ายเป็นตัวควบคุม คือคุมกลิ่นถั่วเน่า แต่สาหร่ายไม่ได้มีไว้ควบคุมหน้าตาของนัทโตะ เพราะเมื่อมาถึงโต๊ะ คนที่จะทานก็จะคลุกถั่วกับสาหร่ายเข้ากันอยู่ดี

    หรือจะเป็นเพราะการ์ดไม่ชอบนัทโตะเอง?

    เอนี่เวย์ ร้านที่ว่านี่มันอยู่ไหนเนี่ย เรากลับไปต้องไปกินกันสักสามสี่ครั้งนะ ^ ^

    Posted May 16, 2008 at 4:03 am | Permalink
  2. สิ่งที่อยู่หน้าร้านคือน้ำตกแน่นอน เพราะมีคราบตะไคร่น้ำไหลเป็นทาง และมีแอ่งน้ำข้างล่าง และมีเครื่องสูบน้ำไหลเวียนอย่างชัดเจน ไม่ใช่ก้อนหินวางเรียงกันแน่นอน ส่วนหินูเขาไฟหน้าร้านเนื้อย่าง จะเป็นน้ำตกหรือไม่ ก็ต้องดูว่ามีแอ่งน้ำข้างล่างหรือไม่ มีคราบตะไคร่เป็นทางหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่น้ำตก

    ส่วนนัทโตะนั้น อย่าได้พูดถึงอีก เพราะชวนคลื่นไส้ทุกครั้งที่จินตนาการ

    ร้านนี้อยู่ที่ซอบเอกมัย เขียนเป็นตัวคันจิว่า 黑田 อย่ากินมากเพราะอาหารอาจทำให้ตายไว

    Posted May 16, 2008 at 9:00 pm | Permalink
  3. รศ ดร มรว

    แสดงว่าการ์ดไม่ชอบนัทโตะเอง เราชอบมากเลยอะ แต่พี่ชายกับแม่เนี่ยรับไม่ได้ เขาพูดทำนองว่า “มันชวนคลื่นไส้ทุกครั้งที่จินตนการ”

    ทำไมกินมากแล้วตายไวอะ?

    มันอาจจะเป็นก้อนหินที่วางเรียงไว้ริมบ่อน้ำ โดยก้อนหินเหล่านั้นอยู่ในที่ลุ่มน้ำท่วมถึงก็ได้นี่

    Posted May 17, 2008 at 3:45 am | Permalink
  4. arr3e

    อ่อร้านนี้เคยไป ตอนเราไปน้ำตกไม่ไหล

    Posted May 26, 2008 at 3:23 am | Permalink

Post a Comment

Your email is never shared.