ข้าพเจ้าชอบกวีนิพนธ์บทหนึ่งของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นบทสุดท้ายในหนังสือผ่านพบไม่ผูกพัน เป็นเรื่องราวมรณานุสสติ ผ่านฉากของป่าไม้ที่แห้งแล้งในฤดูร้อน ต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่ง เศษใบไม้แห้งทับถม ร่องน้ำแห่งขอด ที่ล้วนแต่เคยมีสีสันมีชีวิตชีวาในฤดูอื่น บัดนี้กลับไร้ความเคลื่อนไหว เหมือนกลายเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แต่อาจารย์เสกสรรค์แย้งว่า แม้แต่ฉากที่ไร้ชีวิตเช่นนี้ ก็ยังมีความงามของมันซ่อนอยู่ และมันจะเผยออกมาเมื่อกล้าที่จะเหยียบย่ำเศษใบไม้ เดินข้ามร่องน้ำแห่งขอดไปอย่างไม่ผูกมัดอาลัยกับสภาพที่สดใสของมันเมื่อครั้งฤดูก่อน เป็นอุปมาที่เฉียบขาด เงียบงันและสวยงาม ป่าไม้ในฤดูฝน มีสายน้ำไหล มีพืชเล็กพืชน้อยผุดขึ้น มีนกหลบอยู่ในต้นไม้ ป่าไม้ฤดูหนาว ก็มีดอกไม้ มีสัตว์มากมายมาเยี่ยมเยือน แต่ป่าไม้ฤดูแล้ง ไม่มีสัญญาณแห่งชีวิตใดๆ เหมือนฉากของงานเลี้ยงที่เลิกรา เหมือนฉากของสถานที่ที่คุ้นเคยเต็มไปด้วยกิจกรรมและความคึกคัก กลับถูกทิ้งร้าง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ควรอาลัยอาวร เหมือนกับที่เราไม่ควรอาลัยที่วัน เดือน ปีผ่านไปตลอดเวลา ป่าในฤดูแล้ง ถึงช่วงหนึ่งก็จะกลับมาสดใสเหมือนฤดูอื่นๆ เช่นเคย เพียงแต่เราไม่มีโอกาสอยู่เฝ้าดูมันเท่านั้น การจากไปเกิดขึ้นตลอดเวลา ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ตอนนี้ ข้าพเจ้าขอเดินผ่านเศษใบไม้แห้งที่ร่วงโรย สะพานที่ทอดร่องน้ำแห่งขอด ป่าไม้ที่กิ่งก้านไร้ใบ เพื่อไปหลบพักฤดูฝน ณ ที่อื่น
Categories: Facts/Ideas