Monthly Archives: November 2009

กล้องเก่า: โปรดหลบทางให้คนป่วยแห่งกาลเวลา 1

6 ปีมาแล้วที่ข้าพเจ้าได้กล้องถ่ายภาพตัวแรก มันคือ Fuji Finepix S5000 ที่ตัวโครงมันคล้ายคลึงกับกล้อง SLR ทั่วๆ ไปเป็นอย่างยิ่ง จะขาดอย่างเดียวก็คือวัศดุที่เหมือนของเด็กเล่นแถวสำเพ็ง กับเสียงดังเวลากล้องโฟกัส ที่ชวนลุ้นว่าเลนส์ทั้งตัวจะหลุดออกมาหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะดีชั่วอย่างไร ยังไงเสียนี้ก็คือกล้องตัวแรกของข้าพเจ้า ภาพแรกที่ข้าพเจ้าถ่ายคือหอประชุมที่ตึก 2 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ขณะนั้นเป็นเวลารับสมัครนักเรียนใหม่ ภาพที่ถ่ายได้คือโต๊ะที่อาจารย์หลายคนนั่งเรียงกันหน้ากระดาน คอยตรวจสอบเอกสาร ด้านหน้าคือนักเรียนม.3 ประมาณ 10 กว่าคนนั่งรอท่ามกลางม้านั่งไม้ยาวที่วางเรียงกันคล้ายโบสถ์คริสเตียน ด้านหลังคือเวทีขนาดย่อม ภาพนั้นหายไปนานแล้ว แต่อันที่จริงก็ไม่น่าเสียดายอะไร เพราะเท่าที่จินตภาพได้ ภาพมันเอียงกะเท่เร่ คนก็หน้าเล็ก ทั้งหมดดูรกตา ภาพต่อมาก็มีหลากหลาย มันเป็นบรรยากาศวันวานของช่วงรับสมัครนักเรียนใหม่เข้าศึกษาเตรียมอุดม มีภาพรุ่นพี่ที่มาช่วยงาน ภาพน้องต่อคิว ภาพอากัปกิริยาการพักผ่อนของสต๊าฟ ซึ่งในเย็นวันนั้น ข้าพเจ้าโอนรูปทั้งหมดลงเครื่องแล้วโพสในเวบบอร์ดโรงเรียน และเนื่องจากกระทู้มันต้องใส่หลายรูป reply ตอบกระทู้ตัวเองมันก็เยอะโดยไม่ได้ตั้งใจ กระทู้ก็เลยดันไปอยู่หัวข้อแนะนำ ทั้งที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรดีเด่น หากจะมีเสริมก็คงเป็นบรรยายภาพที่ตลกขบขันเล็กน้อย จนถึงไม่ตลกเลย ประสบการณ์ถ่ายภาพครั้งแรกของข้าพเจ้าทำให้สัมผัสถึงอำนาจบางอย่างของช่างภาพประจำงาน เขาคือผู้ที่อยู่ได้ในทุกบริเวณโดยไม่มีใครตั้งข้อกังขา เขาเหมือนสัพพัญญูในงานวรรณกรรมที่ลอยตัวไปๆ มาๆกระโดดข้ามระหว่างเรื่องเล่าของตัวละครต่างๆ ในท้องเรื่อง ความรู้สึกดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าเพลิดเพลินกับสถานะ “ช่างภาพประจำงานตามพฤติการณ์” เป็นอย่างมาก แม้ว่าช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าจะไม่รู้จักคำว่า [...]

ความไม่เป็นสาธารณะของหนังซอมบี้ 0

REC เป็นหนังซอมบี้จากสเปน ที่แหวกขนบการเล่าเรื่อง และมุมกล้อง ของหนังสยองขวัญทั่วไป  การถ่ายภาพแบบ handheld และการใช้ลีลาการเล่าเรื่องแบบสารคดี ต่างร่วมกันหล่อเลี้ยงความสมจริงอย่างน่าประหลาดให้กับหนังปี 2007 เรื่องนี้ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ในตอนนี้ ถ้าจะพูดอีกนิดหน่อย ก็คงเป็นบรรยากาศที่เฮฮาของการฉายหนังเรื่องนี้ในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โดยภาควิชาภาษาสเปน ห้องฉายเดิมทีเป็นห้องเลกเชอร์ขนาดใหญ่ชั้น 5 อันมีบรรยากาศเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง ทันใดที่มีผีปรากฎเข้ามาในมุมกล้อง ความเคร่งขรึมก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหวีดร้องและเสียงอันชวนหัวหลายประการ เป็นบรรยากาศอันย้อนแย้ง ที่คงหาไม่ได้ในโรงภาพยนตร์ทั่วไป เรื่องที่ข้าพเจ้าสนใจยิ่งกว่าตัวหนัง คือคำวิจารณ์ประการหนึ่งที่มาจากผู้เคยชมหนังเรื่องนี้แล้ว คำวิจารณ์นั้นมีใจความว่าเขาไม่ชอบ REC เพราะมันไม่ยอมเปิดเผยเรื่องราวความเป็นมาของเรื่องให้ชัดเจน สำหรับพี่น้องมิตรรักนักดูหนัง ขอให้ใจเย็นไว้ก่อน หากจะโต้แย้งข้อกล่าวหานี้ ต้องทำอย่างช้าๆ ทีละขั้นตอน ทีละประเด็น ข้อกล่าวหานี้ แม้จะพบได้บ่อย แต่มันไม่ธรรมดาสำหรับข้าพเจ้า เพราะในอดีต งานศิลปะแขนงอื่นๆ ก็เริ่มปรากฎ “ผู้เล่าเรื่องที่ไม่เป็นกลาง” แล้ว การเล่าเรื่องในวรรณกรรมหลายเรื่องในอดีตก็ไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไป ไม่ได้เขียนจากมุมมองของสัพพัญญูผู้ตรัสรู้ทุกความเป็นไปในอาณาจักรแห่งเรื่องเล่า แม้แต่ในเกมคอมพิวเตอร์อย่าง Half-Life ก็มีเรื่องเล่าแบบไม่เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดนี้เช่นกัน แต่ข้อดีของ Half-Life คือ ทุกคนมัวแต่เพลิดเพลินกับการยิงซอมบี้ สะสมอาวุธ ขึ้นเรือ ขึ้นรถ จนสิ้นความสงสัยในประเด็นดังกล่าวไป [...]

ความไม่จำ กับภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง 0

สมองไม่ใช่เครื่องมืออันโปร่งใส ที่จะบันทึกความทรงจำที่มนุษย์พบเจออย่างเที่ยงตรง ไร้ข้อบิดเบือน เหตุการณ์บางอย่างที่แม้เกิดขึ้นซึ่งหน้า ในที่สุดก็อาจแปรสภาพเป็นภาพอันเรือนราง ประทับอยู่ในมโนทัศน์แทน หรือไม่ก็กลายเป็นภาพอื่นที่สร้างความทรงจำเสมือนจริง ที่จะหลอกหลอนสร้างความเข้าใจผิดแก่ตัวอัตบุคคลนั้นจนชั่วชีวิต มีหนังอย่างน้อย 2 เรื่อง ที่สำรวจแง่มุมของความเสื่อมประสิทธิภาพแห่งความทรงจำนี้ -1- Rashomon [Akira Kurosawa, 1950] ฉากแรกเป็นภาพของพายุฝนที่กระหน่ำซ้ำลงอาคารไม้คล้ายศาลเจ้าที่พังทลายลงครึ่งหนึ่ง คนสองคนอันไร้นามหลบฝนในนั้น ก่อนที่ชาวบ้านที่โชคร้ายอีกคนมาร่วมหลบด้วย เวลานั้นเองที่ผู้ไร้นามอันสองคนจะเริ่มบอกเล่าเรื่องราวแห่งความพิกลพิการของความทรงจำ และจริยธรรม ที่ฟ่อนเฟะไม่แพ้สภาพประตูศาลเจ้าที่ทั้งสามหลบพายุฝนอยู่ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากเหตุการณ์ข่มขืนและฆาตกรรมกลางป่า ที่มีประจักษ์พยาน 4 คน เข้ามาพัวพัน หนึ่งคือผู้หญิงภรรยาซามูไรที่ถูกข่มขืน หนึ่งคือซามูไรที่ถูกฆ่าในคดีนี้ (ขอให้ชมหนังจริง เพื่อจะได้รู้ว่าเขาสืบพยานที่ตายแล้วได้อย่างไร) หนึ่งคือคนจรผู้ก่อเหตุ และอีกหนึ่งคือคนตัดไม้อันไร้นาม ที่กำลังเป็นผู้เล่าเรื่องทั้งหมดให้คนดูฟัง พยานทั้ง 4 บอกเล่าเหตุการณ์เดียวกันในลักษณะขัดแย้งกัน ฝ่ายผู้หญิงให้การว่าหลังถูกข่มขืน สามีเธอก็ทำสายตาเย็นชา ทิ่มแทงใจ เธอเศร้ามากและเป็นลมไปชั่วขณะโดยถือไว้ในมือ เมื่อตื่นมาก็พบว่ามีดปักที่อกสามีเธอแล้ว ก็ยิ่งทำให้เศร้ามากไปอีกและพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ส่วนฝ่ายซามูไรสามีของเธอก็ให้การว่า ฝ่ายหญิงไปมีใจให้คนที่ข่มขืนเธอ และขอร้องให้คนร้ายฆ่าสามีของเธอเสีย คนร้ายตกใจกับคำขอร้องนั้นและหันมาเห็นอกเห็นใจซามูไร ก่อนที่ภรรยาจะหลบหนีไป ภายหลังซามูไรจึงฆ่าตัวตาย ส่วนผู้ต้องหาก็ปฎิเสธเรื่องราวทั้งหมด เพราะอันที่จริงภายหลังที่ข่มขืนกันแล้ว ฝ่ายหญิงร้องขอให้คนร้ายดวลดาบกับซามูไรให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไป เพราะไม่อยากให้มีผู้ชายมากกว่าหนึ่งคน รับรู้เรื่องราวบัดสี [...]