Monthly Archives: September 2009

RIP Mary Travers (1936-2009) 1

รู้สึกว่าปีนี้จะเป็นปีที่ทำให้ทุกคนรู้สึกคุ้นเคยกับความตายมากกว่าปีไหนๆ ขอแสดงความอาลัยต่อ Mary Travers นักร้องเพลง folk จากวง Peter, Paul & Mary ผู้จากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ในวัย 72 ปี สำหรับใครที่งงๆ ว่าวงยุค 60 วงนี้ดังเพราะอะไร ขอให้ฟังเพลงต่อไปนี้ด้วยกัน ป.ล. ช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังสอบ final และคาดว่าจะทำให้เวบไซต์นี้เงียบเหงายิ่งขึ้นไปอีก ขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้

อายุของผู้ตาย 0

by astanhope ข้าพเจ้าเพิ่งสังเกตวัฒนธรรมไทยของการพูดคนถึงคนตายได้อย่างหนึ่งเมื่อช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีคู่สนทนาฝ่ายหนึ่งอ้างว่าคนที่รู้จักตาย อีกฝ่ายหนึ่งก็จะเริ่มด้วยคำถามสารพัดสารเพเช่น ตายยังไง เขาคือใคร แต่ในบรรดาคำถามเหล่านี้ คำถามที่พลาดไม่ได้คือ ผู้ตายอายุเท่าไหร่ คำถามนี้ไม่ธรรมดาเพราะโดยปรกติแล้วเมื่อผู้ถึงคนตาย สิ่งที่ต้องพูดคือประเด็นที่แวดล้อมเรื่องการตายนั้นอย่าง สถานที่เกิดเหตุ ลักษณะการตาย ตัวตนของผู้ตาย ส่วนการถามอายุนั้นน่าจะอยู่ในบริบทที่คนนั้นกำลังมีชีวิตอยู่ หรือในบริบทของโฆษณาครีมบำรุงหน้า หรือถ้ามีคนแย้งว่าอายุก็เป็นเรื่องแวดล้อมอย่้างหนึ่งของผู้ตาย เหมือนกับตารางข้อมูลส่วนบุคคลที่ไหนก็มีช่องให้ใส่อายุ วันเกิดทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่ตอบข้อสงสัยที่ว่าทำไมคำถามเรื่องอายุต้องปรากฎขึ้นทุกครั้ง ทำไมไม่ถามเรื่องอื่นอย่างบิดา มารดา ที่อยู่ ศาสนา สัญชาติ นิสัย งานอดิเรก ฯลฯ ลืมพูดไปอย่างหนึ่งว่าคำถามเรื่องอายุนั้นจะปรากฎ เมื่อผู้ตายใกล้ชิดกับคู่สนทนาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เช่น แม่ของผู้เล่าเรื่อง แฟนของผู้เล่าเรื่อง เป็นต้น สาเหตุแรกๆ ที่ข้าพเจ้าคิดได้คือ ผู้ถามอาจจะใช้เก็บข้อมูลเพื่อเฉลี่ยหาอายุสูงสุดของตัวเอง เพื่อวางแผนชีวิตก็เป็นได้ เพราะการถามจากผู้ใกล้ชิดย่อมมีความน่าเชื่อถือกว่าตามหลักสถิติ ยิ่งได้ตัวอย่าง sample มากๆ ข้อมูลก็ยิ่งชัดเจนขึ้น การทราบอายุสูงสุดของตัวเองค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันมนุษย์มีกิจกรรมให้ทำมากกว่าเวลาที่มี เมื่อ 10 ปีก่อนที่คอมพิวเตอร์ยังไม่มาปรากฎกลางบ้านเรือน กิจกรรมที่ทำได้ในบ้านก็มีไม่มากนักนอกจากนอน อ่านหนังสือ เอาอิฐเอาไม้ข้างบ้านมาเรียงๆ ให้กลายเป็นฉากมาริโอ้ที่มีเหว มีลาดระดับสูงต่ำ ตอนเย็นก็กินข้าวแล้วนอน [...]

เฟมินิสม์รายวัน 0

article แนะนำของหนังสือพิมพ์ The Independent ในเวลานี้ คือบทความงานวิจัยขององค์กรที่ทำงานเพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศในที่ทำงาน [ลิงค์] ผลงานวิจัยเปิดโปงว่าอุตสาหกรรมการเงินถูกครอบงำโดยผู้ชายที่มีทัศนคติแบ่งแยกทางเพศอย่างชัดแจ้งมากที่สุด ผู้หญิงที่ไม่ทำตัวลื่นไหล ไปเล่นสนุกเกอร์ ดื่มเบียร์ สนุกสนานกับการเข้าผับเข้าบาร์ แต่กลับไปเอาใจใส่การเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัว เป็นแม่บ้านที่ดี เช่นนี้จะไม่มีความเจริญในวงการการเงินเลย คนในระดับผู้บริหารก็ยังปฎิบัติต่อผู้หญิงอย่างไม่เป็นธรรม เลือกคุยเลือกปรึกษาเฉพาะผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นโมเดลสุดเซ็กซี่สวมถุงน่องตาข่าย แล้วทิ้งผู้หญิงแว่นหนารักครอบครัวให้อยู่หงอยเหงาว่างงานเล่นโซลิแตร์ทั้งวัน จำได้ว่ามีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ระบุว่าผู้ชายมีแนวโน้มเลือกงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างวงการการเงินมากกว่าผู้หญิง นี่อาจจะอธิบายได้ว่าทำไมสัดส่วนของคนทำงานในอุตสาหรรมนี้จึงเป็นผู้ชาย และทำไมผู้ชายถึงครอบงำชะตากรรมการงานได้ แต่เรื่องนี้ทำให้คิดถึงเมื่อครั้งหนึ่งที่ส.ว.เฟมินิสต์บางกลุ่มเรียกร้องให้ผู้หญิงใช้คำนำหน้าชื่อนาง ตั้งแต่อายุ 15 แล้วตัดนางสาวออกไป เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ข้าพเจ้ามองว่าเป็นเรื่องตลกที่ท่านส.ว.มองไม่เห็นความไม่เท่าเทียมกันทางเพศอย่างแท้จริงที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในที่ทำงาน แต่กลับไปควานหาจุดอื่นที่ไม่ใช่ประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศแต่อย่างใดเลย ไม่มีอะไรผิดสำหรับการให้ใช้นางสาวสำหรับผู้หญิงก่อนแต่งงาน เพราะมิใช่คำหยาบคาย ในทางตรงกันข้าม ถ้ากำหนดให้ผู้ชายต้องใช้ชื่อนำหน้าว่าเหี้ยนำหน้า แล้วให้ผู้หญิงใช้นางสาว นาง เช่นนี้จึงค่อยถือว่าเลือกปฎิบัติทางเพศ เพราะคำว่าเหี้ยเป็นคำไม่เป็นมงคล ต่างจากคำว่านางสาว และนางที่เป็นคำกลางๆ ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขความเท่าเทียมกันทางเพศ กุญแจไม่ได้อยู่ที่การใช้คำนำหน้าชื่อ แต่น่าจะเป็นกระบวนการตรวจสอบและลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่เลือกปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรมทางเพศในองค์กรต่างหาก