ลูกบอลที่เข้าประตูของแลมพาร์ด ที่ถูกหมางเมินโดยกรรมการในฟุตบอลโลกรอบสองระหว่างอังกฤษและเยอรมัน, ลูกบอลที่ล้ำหน้าที่กรรมการมองไม่เห็นก่อนเข้าประตูในเกมระหว่างอาร์เจนติน่ากับเม็กซิโก ทั้งหมดเกิดในรอบเดือนเดียวกัน จนเกิดคำถามในอินเตอร์เนต (โดยเฉพาะในอเมริกา) ว่าควรมีการปรับปรุงวิธีควบคุมดูแลกติกาหรือไม่ บ้างก็บอกว่าควรให้มี live replay ตรวจสอบข้อพิพาทในสนามทันที่ แต่บางคนบอกว่าการทำ replay ไม่เหมาะสมเพราะขัดขวางความต่อเนื่องของเกม และข้อพิพาทในสนามมีเยอะเกินกว่าจะเสียเวลาตรวจสอบได้หมด ทางที่ดีควรเพิ่มกรรมการให้มากขึ้น แบบที่เทนนิสวิมเบอตันมีกรรมการ 10 คนดูแลสนามสนามเดียว ข้าพเจ้าไม่ต้องการชี้ชัดว่าตกลงควรจะให้มี replay, sensor ตรวจจับ, กรรมการ 100 คน หรือไม่ แต่อยากบ่งชี้ถึงความหมายทางวัฒนธรรมบางอย่างจากปรากฎการณ์นี้ อันที่จริงแล้ว กรรมการเป็นของแปลกปลอมในการละเล่นหลายชนิดบนโลก ปริมาณของการแข่งขันที่ไม่มีกรรมการคุม มีมากกว่าการแข่งขันที่มีกรรมการ ในขณะที่เขียนบทความนี้ อาจมีการเล่นฟุตบอล เล่นตะกร้อ ตีแบต หลายพัน หลายหมื่นแมชตามสวนสาธารณะ ลานกว้างตามที่ต่างๆ ที่กำลังดำเนินไปโดยปราศจากการควบคุมของกรรมการ กรรมการจึงเหมือนอำนาจภายนอกที่ทะลวงเข้ามาในการแข่งขัน ในกีฬาหลายชนิด อำนาจภายนอกทำหน้าที่ได้อย่างน่าเกรงขามและเที่ยงตรง อาจเป็นเพราะการเล่นชนิดดังกล่าวมีการเคลื่อนไหว โครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนเช่น ตีเทนนิส ตีปิงปอง จึงตรวจสอบง่าย แต่ในกีฬาหลายชนิด อำนาจภายนอกไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้เล่นได้อย่างเบ็ดเสร็จ อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงถูกท้าทายด้วยการแกล้งใช้เป็นเครื่องมืออีกด้วย อย่างฟุตบอลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ผู้เล่นอาจแกล้งล้ม หรือล้มจริงแต่แสดงท่าทางให้เกินจริงเพื่อขอความเห็นใจจากกรรมการ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจแกล้งหันหลังให้กรรมการเพื่อปิดซ่อนพฤติการณ์ที่อาจหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดกติกา [...]
Categories: Politics
- Published:
- June 30, 2010 – 12:38 pm
- Author:
- By mgaston
ปรกติแล้ว เรื่องคนทะเลาะกันในเน็ตไม่ควรจะเป็นประเด็นซับซ้อนมากนัก และส่วนใหญ่จะออกไปในแนวทางไร้สาระแต่อ่านสนุกดูดเวลาทำงานทำการมากกว่า แต่เรื่องคนทะเลาะเรื่องหนึ่ง [ลิงค์] กลับมีเนื้อหาที่เรียบง่ายแต่แฝงความซับซ้อนไว้อย่างไม่น่าเชื่อ จนข้าพเจ้าไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้อีก ดราม่าเรื่องนี้เริ่มจากคนตั้งกระทู้โพสคลิปการทำงานของทหารภาคใต้ เพื่อชักชวนให้วัยรุ่นสนใจทำงานทหารมากขึ้น แต่มีคนหนึ่งแย้งทัศนคติของคนตั้งกระทู้อย่างฉับพลัน อ้างว่าการส่งทหารไปรบเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ทางที่ดีต้องทำให้ไม่เกิดความรุนแรง จึงไม่ควรให้มีทหาร และส่งโจรไปโรงพยาบาลศรีธัญญาแทน ข้อถกเถียงนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับลัทธิสันติภาพ (Pacifism) การตอบโต้ระหว่างเจ้าของกระทู้และผู้คัดค้าน ทำให้เห็นประเด็นสำคัญว่าด้วยเนื้อหา จุดอ่อน และข้อต่อสู้ของประเด็นต่างๆ ในลัทธินี้ 1. ว่าด้วยจุดยืนของผู้คัดค้าน (คุณคานทอง) จากความคิดที่ 3 คุณคานทองออกตัวว่าเกลียดความรุนแรง และรักสงบ และดูเหมือนว่าจะต้านความรุนแรงในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่ความรุนแรงที่เกิดจากการปกป้องชีวิตพลเรือน แนวคิดต่อต้านความรุนแรงเป็นเส้นเลือดใหญ่ของลัทธิสันติภาพทุกสำนัก และสามารถสืบย้อนที่มาได้จากคำสอนทางศาสนาเช่น ศาสนาพุทธ (อหิงสา) ศาสนาคริสต์ (บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข [มัทธิว: 5]) แต่ไม่ใช่ลัทธิสันติภาพทุกสำนัก ที่จะถือเคร่งครัดว่าการก่อความรุนแรงทุกกรณีเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรมโดยสิ้นเชิง เพราะ ลัทธิสันติภาพบางสำนัก ก็สนับสนุนการใช้ความรุนแรงถ้าการใช้ความรุนแรงนั้นมีกระบวนการโดยชอบ และ/หรือ จะนำไปสู่ผลที่ชอบธรรม ตัวอย่างเช่น ไอน์สไตน์สนับสนุนให้ทำสงครามกับรัฐบาลนาซี โดยที่ยังอ้างว่าตัวเองรักสันติได้ เนื่องจากการก่อสงครามนั้นมีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะนำไปสู่ความสันติในระยะยาว คุณคานทองจึงเป็นมีความคิดในกลุ่มลัทธิสันติภาพ สำนักเคร่งครัด (Absolute pacifism) เพราะการพูดถึงทหาร [...]
Categories: Facts/Ideas,Philosophy,Politics
- Published:
- March 18, 2010 – 6:40 am
- Author:
- By mgaston
ชุมชนควรมีสิทธิกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง เรื่องนี้ไม่มีใครเถียง เพราะขืนให้คนอื่นที่อยู่นอกชุมชนมากำหนด ก็คงไม่รู้ลึกรู้จริง ไม่เข้าถึงไม่ให้คนที่มีผลกระทบมีส่วนร่วม แต่ขอบเขตของสิทธิชุมชนควรมีแค่ไหน ข้าพเจ้าขอเล่าเหตุการณ์หนึ่งเพื่อสร้างความสับสนในประเด็นนี้ ในประเทศ Congo มีความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีปีศาจอย่างเข้มข้น และเชื่อว่าพรายปีศาจสามารถสิงสถิตย์อยู่ในตัวเด็กได้ เด็กคนไหนที่โชคร้ายถูกกล่าวหาว่าเป็นภูตผีปีศาจ ก็จะถูกสังคมอัปเปหิ ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเด็กเอง บางรายแม่พยายามฆ่าลูกตัวเองเพื่อให้ภูตพรายออกไป แต่ทุกรายจะจบลงด้วยการขับไล่เด็กให้เร่ร่อนออกไปอยู่กลางถนน เรื่องที่เหมือนจะจำกัดเฉพาะ “โลกที่สาม” แท้ที่จริงกลับคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในชุมชนของโลกที่สอง และโลกที่หนึ่งในหลายๆ พื้นที่ หมู่บ้านในไทยเชื่อว่าผีแม่หม้ายมาล้างแค้นเอาชีวิตผู้ชายในหมู่บ้านจนต้องทำพิธีขับไล่ กลุ่มยิวสายสุดโต่งในอิสราเอลที่ไม่ยอมให้ศิษยานุศิษย์แปดเปื้อนมลทินจากโลกภายนอกด้วยการไม่ให้เล่นคอมพิวเตอร์ และรังเกียจเดียดฉันท์คนต่างชาติทุกวิถีทาง กลุ่มคลั่งศาสนาในอเมริกา ฯลฯ เราไม่ควรก้าวก่ายวิถีความเชื่อของชุมชนอื่น เพราะหากเรายอมรับในเบื้องต้นว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิในความเชื่อ การล้มล้าง ปิดกั้นความเชื่อของชุมชนใดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรง ต่อสิทธิเสรีภาพดังกล่าว (แต่เป็นคนละเรื่องกับสิทธิในการวิจารณ์ความเชื่อซึ่งสามารถมีได้ทุกคน) แต่หากความเชื่อใดทำให้คน “ใน” ชุมชน บางคนเดือดร้อน เช่นนี้ เราจะมีสิทธิห้ามปรามความเชื่อนั้นได้หรือไม่ เมื่อเทียบเคียงกับกรณีเด็กที่น่าสงสารใน Congo ถ้าความเชื่ิอใดทำให้คนนอกชุมชนเดือดร้อน แบบนี้ก็ง่าย คำตอบคือ ทำไม่ได้ เพราะการใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่ขัดขวางทางใช้สิทธิเดียวกันของคนอื่น (Harm principle) แต่ถ้าเป็นคนในชุมชนเดือดร้อน เรื่องจะซับซ้อนขึ้น เพราะคนที่เดือดร้อนตกอยู่ในกติกาทางสังคมของชุมชนนั้นอยู่เดิมแล้ว ถ้ากติกาของคนอื่นไม่เป็นธรรม เราในฐานะคนนอกจะตัดสินและเข้าไปขัดขวางได้หรือไม่ และจะอ้างหลักใด และก่อนที่จะคิดเรื่องอื่นใด ก็ต้องเจอกับคำถามที่ว่า [...]
Categories: Philosophy,Politics
- Published:
- March 2, 2010 – 9:34 am
- Author:
- By mgaston