ชอตแรกปรากฎรองเท้าสีเหลืองของน้ำชากำลังเดินอยู่ ซึ่งต่อมาก็ตัดต่อมาที่าพ full shot ที่เผยายหลังว่าน้ำชากำลังเดินหน้าแผงขายผลิตัณฑ์นมโค ที่เต็มไปด้วยผู้หญิงที่กำลังซื้อสินค้า ชอตต่อมาส่งไปที่าพ medium shot ของผู้ชายชุดดำที่ยืนหน้าร้านขายผลิตัณฑ์เนื้อ ชอตต่อมาทำหน้าที่เชื่อมโลกของชั้นขายนมและเนื้อเข้าด้วยกัน โดยให้ผู้ชายคนหนึ่งทะลุมาเต้นข้างน้ำชา และเปิดเผยผู้ชายชุดดำทางด้านหลัง ที่ชัดเจนว่ากำลังมองน้าชาเดินเล่นอยู่ ก่อนจะปิดซีเควนซ์ด้วยการที่น้ำชาวิ่งไปแย่งไมค์จากมาสคอทรูปหมีเพื่อร้องเพลงรักแท้ยังไง ซึ่งเริ่มที่เนื้อร้อง “รักเอย…” กระบวนาพเคลื่อนไหวในช่วง intro ของเพลง ค่อนข้างวางกรอบกระบวนทัศน์เกี่ยวกับความรักที่กำลังจะถูกพูดถึงในมิวสิกวิดีโอนี้อย่างชัดเจนแล้ว นั่นคืิอการมองความรักเปรียบเสมือนสินค้าที่เลือกหาในซุปเปอร์มาร์เกต โดยต่างฝ่ายต่างแลกของที่น่าพึงพอใจในตลาดแห่งนี้โดยฝ่ายหญิงขายผลิตัณฑ์นมโค ฝ่ายชายขายผลิตัณฑ์เนื้อสัตว์ ส่วนการเข้ามาแย่งไมโครโฟนจากมาสคอทรูปหมีก็มีนัยยะที่บ่งบอกถึงการเอาเรื่องความรักออกจากมายาคติของความหวานแหววอ่อนโยนห่วงใย แล้วหันมาเพ่งพิจารณาอย่างจริงจังถึงบทบาทความรักในฐานะของการแลกเปลี่ยนสินค้าในตลาดที่ต่างฝ่ายต่างต้องการสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามมีแทน ชอตต่อมาตัดเข้าสู่แผนกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีผู้ชายเฝ้าดูแลอยู่ และต่อมาก็ปรากฎว่าาพของน้ำชาที่กำลังร้องเพลงก็ปรากฎบนหน้าจอของโทรทัศน์ทุกเครื่อง และตัดไปตัดมาระหว่างาพน้ำชาร้องเพลงที่หน้าชั้น reception กับในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนจะเข้ามาสู่ฉากท่อนฮุคที่ร้องว่า รักแท้นั้นคืออะไร ตับ ไต ไส้ พุง หรือรักกางเกงที่นุ่ง ก็ดูสวยดี… ซึ่งเป็นการเต้นระหว่างชั้นขายนม และชั้นขายอาหารแช่แข็ง ด้านหลังมีแดนเซอร์ที่แต่งตัวเป็นพนักงานเต้นไปมา ฉากแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถตีความได้ว่าน้ำชาเป็นคนมีเสน่ห์มีพลังไฟฟ้าดึงดูด ซึ่งหากอธิบายเช่นนี้ก็สามารถทำให้ประเด็นที่ว่าทำไมอยู่ดีๆ น้ำชาถึงไปปรากฎอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ได้ นั่นคือ มีจิตไฟฟ้าควบคุมพลังงานแม่เหล็กได้เหมือนผีในหนังเรื่อง The Ring แต่หากมองฉากนี้ใหม่จะพบว่าน่าจะเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนสินค้าได้เช่นกัน ซึ่งในที่นี้ผู้ชายขายสินค้าประเทเทคโนโลยีไฟฟ้า ส่วนาพของน้ำชาซึ่งเป็น close-up shot [...]
Categories: Music,Structuralism/Post-Structuralism
- Published:
- June 21, 2009 – 7:28 pm
- Author:
- By mgaston
เราจะหาความจริงแท้ในกฎหมายได้อย่างไร เมื่อาษากฎหมายเป็นเพียงไวยากรณ์อย่างหนึ่งที่มีผลบังคับใช้เฉพาะอาณาเขตแห่งวาทกรรมแบบกฎหมายบ้านเมือง ในทัศนคติของนักกฎหมายบ้านเมือง มองว่าการใช้าษาในตัวกฎหมายไม่มีความสำคัญเทียบเท่ากับการการสะท้อนซึ่งเจตนารมย์ ที่พวกเขาเชื่อว่ามันรอคอยให้ถูกค้นพบหลังม่านาษากฎหมาย การพูดที่นอกกรอบของเจตนารมย์ทางกฎหมายคือการพูดที่ไม่มีความหมายในอาณาจักรแห่งวาทกรรมของกฎหมายบ้านเมือง แต่หารู้ไม่ว่าตัวาษาไม่สามารถทำหน้าที่สะท้อนความจริงแท้แห่งเจตนาเช่นนั้นได้ แต่ตัวาษากฎหมายเองต่างหากที่แบ่งสร้างความจริงโดยอำนาจของนักกฎหมายบ้านเมือง ตัวอย่างเช่น หากมีการฆ่าคนตาย าษากฎหมายจะเข้าจัดการความจริงในเหตุการณ์นี้ว่าประกอบไปด้วยเจตนา และการกระทำ ด้วยโครงสร้างทางาษาเช่นนี้ เหตุการณ์ที่สามารถเป็นไปได้คือ มีเจตนา หรือไม่มีเจตนา (เป็นคนบ้าขาดสติสิ้นเชิง) และมีการกระทำ หรือไม่มีการกระทำ องคาวะที่ครึ่งๆ กลางๆ อย่าง จิตใต้สำนึก ปมโอดิปุส ฯลฯ ไม่ถูกรับรู้ในาษากฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคำพิพากษาศาล ทั้งที่ยอมรับกันแล้วว่าาวะไร้สำนึกของจิตนั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง การแบ่งโลกของการกระทำความผิดเป็นการมีเจตนาและการกระทำ ยังบ่งบอกถึงการรับใช้ความคิดเรื่องความมีองคาวะสมบูรณ์ของมนุษย์ตามแนวคิดเดส์คาร์ตส์ ที่เชื่อว่าความคิดมนุษย์เป็นที่มาของความหมายและการกระทำทั้งปวง ดังนั้นในกรณีนี้ าษาของกฎหมายอาญาจึงมิได้สะท้อนเจตนารมย์ หรือสาวการณ์แห่งธรรมชาติอันจริงแท้มนุษย์แต่อย่างใด ไม่มีอะไรที่อยู่เบื้องหลังาษา คงมีแต่เพียงการใช้ความรุนแรงทางาษา ประกอบกับการตอกย้ำบังคับใช้บ่อยๆ เพื่อเข้าจัดระเบียบแบ่งแยกปรากฎการณ์อันขุ่นมัวไม่ชัดเจนเท่านั้น สรุปแล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่ชอบกฎหมาย
Categories: Structuralism/Post-Structuralism
- Published:
- May 21, 2009 – 11:30 pm
- Author:
- By mgaston
มีอุบัติเหตุอย่างหนึ่งเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่กำลังตระเตรียมเรื่องเพื่อเขียนลง Bioscope ในเรื่องนวนิยายไซไฟกับความเป็นโพสโมเดิร์น ายหลังจากที่สำรวจตรวจตราทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็พบความจริงว่า 2001:A Space Odyssey สร้างเมื่อปี 1968 และเกี่ยวพันกับโพสต์โมเดิร์นน้อยมาก ตัวมันเองคือนวนิยายไซไฟที่มีโครงเรื่องคลาสสิก (พูดถึงปัญหาที่มาจากนอกโลก เกี่ยวพันกับการเดินทางขยายอาณาจักรในจักรวาล) ไม่ได้เกี่ยวกับการตั้งคำถามถึงนิยามความเป็นมนุษย์โดยตรง ไม่ได้พูดถึงเทคโนโลยีในแง่ความเปราะบางเป็นองค์ประกอบหลัก และมันเกิดก่อนการกำเนิดของนวนิยายไซเบอร์พังค์ที่มีความเป็นโพสโมเดิร์นเต็มตัว 20 ปี แต่วันนี้ ข้าพเจ้าขอยืนยันที่จะเขียนถึง 2001:A Space Odyssey เพื่อระบายความแค้นตอบแทนกันให้สาสม หมายเหตุ: บทความนี้เปิดเผยเนื้อเรื่องทุกส่วนของาพยนตร์ และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ยังไม่ได้รับชม 1. ความเบื้องต้น จุดประสงค์ของบทความชิ้นนี้ คือการอธิบายความหมาย และกลวิธีสื่อความตามปรากฎในาพยนตร์เรื่อง 2001:A Space Odyssey (1968, Stanley Kubrick) สำหรับวิธีที่ใช้อ่านาพยนตร์ชิ้นนี้จะไม่ใช้เจตนาของคนแต่ง (Stanley Kubrick และ Arthur C. Clarke) มาเป็นกรอบพิเคราะห์ เนื่องจากคนดูไม่ใช่เสมียนที่มีหน้าที่ต้องคอมสอบถามว่าคนทำคิดอะไร และตัวบทาพยนตร์ 2001:A Space Odyssey ก็เป็นตัวบทสาธารณะ (ในความหมายของการที่เป็นสื่อที่ถูกเผยแพร่ทั่วไป) [...]
Categories: Film,Structuralism/Post-Structuralism
- Published:
- March 18, 2009 – 1:53 am
- Author:
- By mgaston